anone.studiogbkk

a little ink drop on mountain papers

คอมพิวเตอร์ กับ นักออกแบบเลขนศิลป์

Slide ที่ใช้บรรยายให้รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 2 ตค. 2551 (2008)
Upload แบบไม่มีการตัดต่อ เป็นความรู้ ณ เวลานั้น อาจมีความรู้ใหม่ๆ หักล้างได้ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ

Credit: ผลงานออกแบบที่นำมาใช้เป็นตัวอย่าง หยิบยืมมาจาก B513Design, Be Our Friends, Mutabor, Art. Lebedev Studio, We too are Stardust, Studio G Bangkok โดยไม่ได้ขออนุญาติมาก่อน ขาดตกบกพร่องหรือผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ท่ีนี้

View Comments

My Interest Website Creation Lists

Interest Website Creation, I must learn…

WordPress http://wordpress.org/ Open source
RapidWeaver http://www.realmacsoftware.com/rapidweaver/ $79.00
IndexHibit http://www.indexhibit.org/ Open source
Drupal http://drupal.com/ Open source

wpid-wpid-wpid-rapidweaver_windows_array-2010-06-14-22-231-2010-06-14-22-23-2010-06-14-22-231.png

*Picture from: http://www.realmacsoftware.com/rapidweaver/

View Comments

ดีไซน์+คัลเจอร์

แนะนำหนังสือควรอ่านสำหรับนักออกแบบเลขนศิลป์
..
ดีไซน์+
คัลเจอร์
Design + Culture
รวมบทความจากมติชนสุดสัปดาห์
ประชา สุวีรานนท์
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
..
คำนิยมจากปกหลัง
นอกเหนือไปจากการตีความในแง่มุมใหม่ๆ เนื้อหาสาระที่อัดแน่นและมีอยู่เต็มเปี่ยมในหนังสือที่คุณกำลังถืออยู่นี้ คือการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นความรู้อีกชนิดหนึ่งที่ไม่หยุดนิ่ง เป็นความรู้ที่ดลใจให้คิดต่อไปไม่รู้จบ แม้ว่ามันจะไม่เคยมีใครจัดให้เป็นความรู้มาก่อนเลยก็ตาม
สาธิต กาลวันตวานิช
จาก “คำนำที่ไม่เหมือนคำนำ”
..
ดีไซน์+คัลเจอร์ มิได้เป็นเพียงข้อเขียนเกี่ยวกับเทคนิค วิธีการในการทำงานด้านการออกแบบของผู้มีประสบการณ์เท่านั้น หาก ดีไซน์+คัลเจอร์ พยายามจะบอกเราว่าในการทำงานสร้างสรรค์นั้น วิธีคิด วิธีมองโลกที่อยู่เบื้องหลังย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด สำคัญเสียยิ่งกว่าการรู้เทคนิควิธีการที่ดี หรือการเข้าถึงเทคโนโลยีที่พร้อมสรรพใดๆ
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
..
หมายเหตุ: ผมได้หนังสือเล่มนี้มาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จึงไม่ทราบว่ามีวางไว้ที่ร้านใดบ้างครับ… ขออภัย
::
Update : 080426
::
¶ – - – - – - – - – -
Original post at http://aon-anone.blogspot.com
View Comments

Naughty Hand

My sketch book… [Killing time in 2007]











 

¶ – - – - – - – - – -
Original post at http://aon-anone.blogspot.com

View Comments

Thaipography เหตุผลของคนขี้เล่น

wpid-wpid-Thaipography_grap_tm-2006-10-3-19-252-2006-10-3-19-25.jpg

Thaipography เหตุผลของคนขี้เล่น ถ้าเขียนคำ typography ให้คนไทยอ่าน ส่วนใหญ่จะออกเสียงด้วยสำเนียงไทยๆ ว่า “ไท-โป-กราฟ-ฟี่” มีไม่กี่คนจะออกเสียงประมาณ “ถะ-โพ้-กรา-ฝิ” ซึ่งฝรั่งฟังรู้เรื่อง แต่คนไทยส่วนใหญ่จะงงงง (อ่านว่า งงๆ!) ถ้าถามครูแหม่มที่สอนภาษาอังกฤษผม (เธอชื่อ Oxford Advanced Learner’s Dictionary) ว่า typography แปลว่าอะไร เธอจะตอบว่า “n (U) the art or work of preparing books, etc. for printing, especially of designing how text will appear when it is printed” ถ้าถามคนในวงการออกแบบเรขศิลป์ เป็นที่เข้าใจกันง่ายๆ โดยทั่วไปว่าหมายถึง การเล่นกับตัวอักษรในงานออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวพิมพ์ (font), เป็นลายมือเขียน (hand writing) พื้นๆ , ไปจนถึงการเขียนประดิดประดอยด้วยปากกาหรือพู่กันชนิดพิเศษ (วิธีการนี้ฝรั่งเรียก calligraphy) รวมความแล้ว typography ต้องมีตัวอักษรเป็นพระเอก ไม่ใช่มีแต่ภาพถ่าย, ภาพวาด, พื้นสีต่างๆ ฯลฯ อย่างนี้ไม่จัดว่าเป็น typography

และด้วยเหตุที่งานเรขศิลป์ส่วนใหญ่เวลานี้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก (ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเภทตัวอักษรหรือการจัดวางตัวอักษร จึงต้องพึ่งพาตัวพิมพ์ (fonts) ซึ่งมีแบบตัวพิมพ์ (typeface) ให้เลือกมากมาย เพราะมันไม่ใช่ตัวอักษรเป็นตัวๆ ที่ยังพอเขียนเองได้ แต่ตัวพิมพ์มันเป็น  ตัวอักษรพร้อมช่องไฟสำเร็จรูป จึงใช้งานได้สะดวกเป็นมาตรฐานสำหรับตัวเนื้อ (body text) จะจัดคอลัมน์ยักเยื้องลวดลายยังไง อย่างน้อยต้องขอให้ตัวพิมพ์ยังอ่านง่ายอยู่ ส่วนถ้าจะใช้ตัวพาดหัวให้สะใจนั้นนักออกแบบสามารถใช้เครื่องมืออื่น ยืดให้ผาย บีบให้ผอม บิดให้โย้ไปทางไหนก็ได้ จะปรับเปลี่ยนช่องไฟระหว่างตัวพิมพ์หรือระยะบรรทัดให้ชิดห่างก็ได้ แต่ยังไงก็ควรพออ่านได้บ้าง…ถ้ามันยังต้องทำหน้าที่แทนภาษาพูดอยู่ ส่วนงานที่เอาตัวพิมพ์มายำรวมกัน (จะเป็นอักษรชาติเดียวหรือหลายชาติก็ตาม) โดยอ่านไม่ได้เอาเสียเลย อย่างนี้ก็อาจกลายเป็นภาษาภาพสื่อความหมายได้ทั้งกายภาพและจินตภาพแล้วแต่รูปแบบที่ได้ออกมา

ถ้าถามว่าตัวพิมพ์ภาษาไทย ตอนนี้มีพอหรือยัง คำตอบตอนนี้หรือปีไหนๆ ถ้าไปถามจากนักออกแบบเรขศิลป์ (graphic designer) ที่มีความเป็นมืออาชีพย่อมตอบว่า ไม่ โดยเฉพาะพวกที่จัดเป็น typographer (พวกเล่นสนุกกับตัวพิมพ์เป็นนิจ ไม่รู้จะหาคำแปลเป็นไทยว่ายังไง) นอกจากตอบว่าไม่แล้ว บางคนยังถึงกับต้องลงไม้ลงมือทำ font ใช้เอง ที่ผมรู้จักก็มีอยู่พอสมควร โดยความเป็นจริงแล้ว นักออกแบบเรขศิลป์ที่สามารถใช้ตัวพิมพ์ได้เก่งนั้นมีโอกาสพัฒนาเป็นนักออกแบบตัวพิมพ์ที่ดีได้สูง เพราะมีรสนิยมในการใช้ตัวพิมพ์ดีอยู่แล้ว สามารถพัฒนาจากผู้ที่สนใจแนวโน้มของการออกแบบด้วยตัวพิมพ์ไปสู่ผู้ออกแบบตัวพิมพ์ที่มีอิทธิพลกำหนดแนวโน้มของการออกแบบแห่งยุคสมัยได้!

ถ้าจะว่าไปแล้วสังคมของนักออกแบบตัวพิมพ์ของไทยในอดีตค่อนข้างกระจัดกระจาย ปัจจุบันมีกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มรวมตัวกันได้จากผลพวงของการประกวด 10 ฟอนต์ไทยที่ทางชมรมการจัดพิมพ์อิเล็กทรอนิกไทย (TEPC) เป็นตัวตั้งตัวตีจัดขึ้น ด้วยเหตุที่ผมถูกทางชมรมดึงเข้าไปช่วยให้คำบรรยายและคำปรึกษากับกลุ่มนักออกแบบนี้มาตั้งแต่ต้น เลยได้มีโอกาสเห็นความตั้งใจที่น่าชื่นชม ทุกคนมีทั้งความเป็นมืออาชีพด้านการออกแบบและความเป็นนักวิชาการที่พร้อมจะนำความรู้ที่ได้กลับคืนสู่สังคมคนออกแบบด้วยกัน เกิดการรวมตัวกันในนาม TYPO THAI และจะเปิด Website

สำหรับนักออกแบบเรขศิลป์ไทยที่สนใจศิลปะการออกแบบตัวพิมพ์ไทยและศิลปะการออกแบบด้วยตัวพิมพ์ไทย (นักออกแบบรวมทั้งศิลปินสาขาอื่นก็น่าจะได้ประโยชน์ เพราะศิลปะทุกสาขาล้วนเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอยู่แล้ว) ผมให้คำแนะนำกลุ่ม TYPO THAI ว่าน่าจะใช้ชื่อ website Thaipography.com ซึ่งในที่ประชุมเห็นด้วย มันเกิดจากการเล่นสนุกกับภาษาของผม ระหว่างคำว่า Thai กับ Typography ถ้าให้คนไทยอ่านมันเป็นคำพ้องเสียงกันอยู่แล้ว ผมเลยจัดการสมาทสนธิ เอาคำ Thai แทนที่ Ty หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า เอา y ของ Typography ออก แล้วแทนที่ด้วย hai กลายเป็น Thaipography ด้วยวิธีคิดแบบนี้เลยอดไม่ได้ที่จะเล่นสนุกกับตัว h, a และ i เอามาโยกเยก เอนหน้า แอ่นหลัง ห้อยล่าง บังคับขู่เข็ญให้ดูเป็นตัว y ให้ได้ ความจริงผมร่างความคิดนี้ไว้ 2-3 ปีแล้ว แต่เมื่อเอามาทำ Logo ของ website จริงๆ ผมตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าน่าจะใช้อักษรไทยคือ ไ, ท, ย ไปแทนค่าตัว y ใน Typography จะดีกว่า พอลองร่างดูก็ลงตัวดี เพราะ “ไ” มีความสูงกว่า ท, ย   สามารถแทรกคั่นระหว่าง ท และ ย ได้ลงตัวกว่าใช้ h, a, i ด้วยซ้ำ อีกทั้งตัว ท และ ย กว้างพอๆ กัน ทำให้ down stroke ของตัว y ที่ได้ดูหนาเท่ากัน จึงดูลงตัวกว่าใช้ a, i (ที่ตัวกว้างไม่เท่ากัน) ในตอนแรก ที่สำคัญคือตัวอักษรไทยที่ใช้เป็นการตอบโจทย์ได้ชัดเจนครบถ้วนกว่า เพราะ “ไทย” เป็นภาษาอักษรสัญลักษณ์ แทนภาษาพูดช่วยให้งานออกแบบเปล่งสำเนียงเป็นไทย, การปรากฏเห็นเป็นภาษาภาพของตัว y ส่วนวิธีการจัดวางเป็นภาษาจินตภาพ สร้างนิยามใหม่ให้ตัว Typography กลายเป็นศิลปะในการออกแบบเรขศิลป์ไทยโดยใช้ตัวพิมพ์ไทย

ไหนๆ www.Thaipography.com ก็เป็น website ที่เกิดจากกลุ่ม TYPO THAI ผมเลยออกแบบสัญลักษณ์ของกลุ่มด้วยการตัดทอนจากสัญลักษณ์ของ website เอา ‘graphy’ ออกไป ล้อมพื้นด้วยวงกลมสีดำ ให้ตัวอักษรที่เหลือกลับเป็นขาว แล้วใส่คำ TYPO THAI ไว้ด้านล่าง เป็นอันเสร็จพิธี พื้นวงกลมช่วยทำให้ตัวพิมพ์ 2 ภาษาที่รวมกันอย่างรุงรังกลับดูมีเอกภาพเตะตาขึ้น เอาไปใช้งานได้คล่องตัวกว่าสัญลักษณ์ของ website ยาวๆ ที่ตั้งใจเอาไว้เฝ้า homepage เป็นหลัก

สำหรับคนหัวอนุรักษ์นิยมแบบสุดขอบ ถ้าเห็นงานสัญลักษณ์ชุดนี้คงรับไม่ไหว เนื่องจากตัวอักษรคำว่า “ไทย” โย้ไปมาถึงขั้นสะเทือนความมั่นคงของชาติ! สำหรับคนไทยทั่วๆ ไปที่พอจะเข้าใจความหมายอาจวิจารณ์ว่าขี้เล่นไปหน่อย สำหรับนักออกแบบเรขศิลป์มันก็แค่กุศโลบายในการสื่อสารธรรมดาชิ้นหนึ่ง ทว่ามีเหตุผล (ของผม) รองรับร้อยแปด มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอดห่วงไม่ได้คือเรื่องการออกเสียงคำว่า Thaipography ที่ผมอุตส่าห์สร้างขึ้นมาใหม่ ผมอยากให้คนไทยออกเสียงแบบลูกครึ่งไทยฝรั่งว่า ไทยโพกราฟฟี่ แทนที่จะออกเสียงสำเนียงไทยๆ ว่า ไทยโปกราฟฟี่ เพราะคนไทยชอบพูดอะไรสั้นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ก็เรียกว่าคอม อีกหน่อย Thaipography.com ก็จะเรียกสั้นๆ ว่าไทยโป ถ้าโดนผันเสียงเพี้ยนไปอีกนิดนึงก็จะออกเสียงกลายเป็น ไทยโป๊ ผิดวัตถุประสงค์จากการสร้างสรรค์ค์ศิลปะกลายเป็นทำลายวัฒนธรรม!

– *บทความนี้เป็นของ อ.ปริญญา (พี่ฮุย) โรจอารยานนท์ ที่เคยลงในนิตยสาร i-design ฉบับ typography เมื่อนานมาแล้ว แต่ผมไปลอกมาจากกระทู้ NEW THAI FONT SHOWCASE 2.0 ของเวปบอร์ด www.freemac.net ซึ่งเก็บไว้อ่านเองมานาน (1 ปีนิดๆ เอง) และก็หลายรอบแล้ว คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านเลยขอเอามารวมไว้ที่นี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการค้นคว้า และเป็นแรงบัลดาลใจให้กับผู้ที่สนใจทุกท่านครับ

– คัดลอกมาจาก www.freemac.net โพสโดย: rojee9 เมื่อ Fri May 13, 2005 1:22 am  ภาพประกอบโดย: B513DS!GN เมื่อ Fri May 13, 2005 3:43 pm

¶ – - – - – - – - – -
Original post at http://anone.wordpress.com

View Comments
Powered by RapidWeaver, WP-Blog and WordPress 3.0.1