สวัสดีชาวโลก ”blog http://anone.studiogbkk.com นี้มันละเบิดไปแล้วครับ”
สวัสดีชาวโลก
blog http://anone.studiogbkk.com นี้มันละเบิดไปแล้วครับ
เหตุเมื่อช่วงสายๆ ของวันครบรอบอายุ 30 ปี ของผมเอง
โดยมีสาเหตุจากที่แว่ะblog ที่รันด้วย WP แล้วมีการแจ้งเตือนให้ Update เป็น 2.9.2
หลังจาก Upload ไฟล์เสร็จ ทุกสิ่งก็หายไป แก้ไขเองก็ไม่ได้ (งูๆ ปลาๆ ยังไม่เชี่ยวครับ)
ที่ตั้งใจว่าจะ Update blog ของวันนี้ก็เลยกลายเป็นการแปะข้อความและภาพการล้างบาง blog ส่วนตัวนี้แทน
ไว้ว่างเว้นจากงานหาเงินและจบธุระเรื่องการย้ายที่อยู่อาศัย จะกลับมาสะสาง blog นี้ใหม่ครับ
Updated: Monday, February 22, 2010 (14:51)

¶ – - – - – - – - – -
Updated: Tuesday, June 15, 2010 (08:34)
นำโพสนี้มาแปะไว้เป็นอนุสรณ์…
Grand Home Mart รัตนาธิเบศร์ / Impact เมืองทอง / Big-C ลาดพร้าว
คงไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน กับการที่ดูหนังเพียง 2 คนในโรงภาพยนต์สาธารณะ…
วันนี้เดินทางไปรับ Brief งาน Re-Branding ให้กับสินค้ากระเบื้องเซรามิคของไทยเจ้านึงที่ Grand Home Mart รัตนาธิเบศร์ หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังเมืองทองธานี เพื่อชมสินค้าดีไซน์ของไทยในงาน BIG+BIH 2009 ซึ่งเป็นวัน Trade Day ซ่ะด้วย โดยปีก่อนๆ จะได้เข้าชมในวันที่เป็น Public Day ที่การวางแสดงสินค้าจะแตกต่างกัน คือ Trade Day จะให้เข้าชมได้เฉพาะ Buyer ทั่งไทยและต่างประเทศ ส่วนวัน Public Day ก็คืองานลดล้างสต๊อคสินค้านั้นเอง โดยที่สินค้าบางชิ้นในวัน Trade Day จะไม่มีการวางขายร่วมด้วย ประเด็นที่ตัง้ใจไปในวันนี้คือไปดูผู้ประกอบการเจ้าอื่นๆ เพื่อศึกษาการเป็นผู้ประกอบการเจ้าต่อไป
กลับมาที่เรื่องดูหนัง 2 คน… หลังจากที่ออกจาก Impact แฟนผมที่เดินทางไปร่วมงานด้วยกันตลอดทั้งวัน ก็เอยชวนให้ไปดูหนังเพื่อ Reset ความคิดฟุ้งๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันกัน ผมตกปากรับคำและกลับมาดูหนังที่ Big-C ลาดพร้าว เนื่องเพราะใกล้ที่พักดูจบกลับหลับสบาย เรื่องที่เราอยากดูคือ Proposal แต่ว่าไม่มีเพราะออกไปแล้วเรื่องที่เหลือที่อยากดูเหมือนกันคือเรื่อง G-Force เราก็เลยไปต่อคิวรอซื้อตั๋วกัน พอถึงคิวบอกผู้จำหน่ายตั๋วขอ G-Force 2 ที่ ซักพักผู้จำหน่ายตั๋วก็บอกกลับขอโทษแล้วแจ้งว่า เรื่องนี้ทางโรงหนังของดฉายเนื่องจากไม่มีผู้ชมเลย เรา… อืม… เข้าใจ “งั้นขอออกไปดูหนังเรื่องอื่นๆ รอบใกล้เคียงก่อนนะ” เรื่องที่มีฉายอยู่ในช่วงเวลาใกล้กันและก็อยากดู คือเรื่อง “5 แพร่ง” ซึ่งทีแรกคิดว่าจะไม่ดูแล้วเพราะว่าวันนี้แยกกันนอนบ้านใครบ้านมันกับแฟน กลัวว่าจะกลัวผีกัน แต่แฟนว่าไม่เป็นไรก็เลยซื้อตั๋วเข้าชม หลังจากได้รับตั๋วมาแล้วขั้นตอนก็เป็นไปตามระบบที่เคยชิน แต่ที่แปลกใจคือพอถึงหน้าโรงหนังกลับมีแค่ผมกับแฟน และพนักงานเดินตั๋ว ก็เลยลองถามว่าไปว่าจะฉายเลยเหรอครับ ไม่รอเวลาก่อนเหรอ (ไปก่อน 10 นาทีก่อนเวลาที่กำหนด) เค้าก็ว่าก็มีแค่คุณ 2 คนนี้แหล่ะที่ซื้อตั๋วเข้าชม เราก็เลยย้อนเรื่อง G-Force ให้ฟัง ว่าเราก็อยากดูและมี 2 คนแต่ทำไมไม่ฉาย น้องพนักงานก็เลยสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องคิวให้ จนได้ความว่าจะเปิดฉายเรื่อง G-Force ให้ชมกันแค่ 2 คน แล้วหลังจากนั้นเราก็เลยได้สัมผัสประสบการณ์ Home Theatre เสมือน กันเป็นเวลาเกือบ 90 นาที
เรายืนถวายตอนเพลงสรรเสริญ และปิดเสียงโทรศัพท์กันด้วยนะ (สำนึกสาธารณะต้องรักษาไว้)
สรุปแล้ว ผมดีใจที่ไม่ต้องดู 5 แพร่ง กันแค่ 2 คน เพราะกลัวผีกันทั้งคู่ แต่ก็อยากดูนะ เพราะได้ดู 4 แพร่งกับน้องๆ ที่ Central World กันไว้ ซึ่งคงต้องดูหนังแผ่นแล้วละ
: )
* ปี 2010 งาน BIG+BIH จะย้ายไปจัดที่ BITEC บางนา นะครับ
Logo design for Mee Por Dee
บันทึกจากความฝัน ช่วงเวลา ตี 3 ถึง ตี 5 ของเช้าวันที่ 31 มค. 2552
090131
บันทึกจากความฝัน ช่วงเวลา ตี 3 ถึง ตี 5 ของเช้าวันที่ 31 มค. 2552
(เขียนเล่าเป็นเรื่องราวตามรูปแบบความฝัน โดยตกแต่งคำให้เข้าใจอีกนิดหน่อย)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นดังฝัน ใช่! มันคือความฝัน ผมอิดโรยโดยไร้สาเหตุ จริงๆ แล้วคือผมไม่ทราบสาเหตุของอาการนั้น ผมรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถลืมตาหรือขยับร่างกายได้มาก
ที่ยังรู้สึกว่าปลอดภัยอยู่ เพราะมีเธอ! ใครกันที่คอยจับตัวผม คอยเรียกถาม ผมกำลังจะตื่น แต่มันยังไม่เต็มที่ ได้ยินเสียงเธอทักว่า “รู้สึกตัวแล้วแต่ยังแกล้งหลับอยู่ใช่ไหม” สัมผัสที่ริมฝีปาก รู้สึกดีจัง : ) เธอบีบมือผมแน่น ผมแง้มตาไม่ให้เธอรู้ ว่าผมรู้สึกตัวแล้ว หน้าเธอยิ้มสวย ขณะที่กำลังสนทนากับใครอีกคน ที่กำลังดูแลผู้ชายอีกคนที่สลบอยู่ข้างๆ ผม
เหมือนผมจะถูกย้ายมายังอีกที่ โดยอาการสลึมสลือ ผมพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่คล้ายด้านหลังสุดของผู้ชมคอนเสิร์ต ผมยังนอนอยู่ข้างชายอีกคนที่ผมรู้สึกว่าเค้าเป็นเพื่อนผม แต่… เค้าเป็นใครกัน
ตอนนี้ผมตื่นแล้ว รู้สึกงุนงงสับสนจำความอะไรไม่ได้ ผู้หญิงที่ดูแลผม มองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ผมรนลานลุกเดินแบบมึนๆ เพื่อหาน้ำดื่ม ภาพในตอนนั้นคือ ผมพยายามเดินออกมาจากโถงใหญ่ ผ่านเข้าสู่ทางเดินแคบๆ ค่อยๆ ดันผ่านประตูออกไป ทีละบาน ทีละบาน…
ผมพบตู้กดน้ำที่มีกระบอกน้ำวางอยู่ด้านบน ผมไม่รอช้า รีบคว้ามากดน้ำใส่ แล้วดื่ม ดื่ม ดื่ม ดื่ม…
ยังไม่ทันที่น้ำอึกสุดท้ายจะผ่านลำคอ เธอคนนั้นเดินเข้ามาตรงหน้า ยิ้มและทักด้วยความห่วงใย เฮือกสุดท้ายผ่านคอ ผมเงอะงะเอ่ยคำขอบคุณสำหรับการดูแลเมื่อก่อนหน้า เธอทำท่าประหลาดใจ ผมยิงคำถามต่อเพื่อทวงหาสาเหตุของอาการอิดโรยและเหตุผลใดผมจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ ผมจำความใดใดไม่ได้เลย
เธอไม่ได้ตอบคำถามใด แต่เดินเข้ามาสวมกอดและกระซิบเบาเบาให้ได้ยินว่า “เธอเหมือนเป็นอีกคนหลังจากตื่นขึ้นมา ฉันกลัวนิดนิด แต่ก็ดีใจที่เธอฝื่นขึ้นมาได้”
ในความรู้สึกระหว่างการกอดนั้น มีบางอย่างบอกว่า ผมกับเธอมีความสัมพันธ์ที่มากกว่าผู้ดูแลและผู้ถูกดูแล มันเป้นความรู้สึกอบอุ่นใจ ที่เหมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับผม
–
โปรดติดตามตอนต่อไป…
* เขียนเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ณ สยามเฮาท์ในงานยกน้ำชาของเพื่อนเบสท์
¶ – - – - – - – - – -
Original post at Hi5
เสาร์แสนเมา
เสาร์แสนเมา
วันเสาร์แสนเมา ร่างกายข้าพเจ้าฟุบกองบนเตียงนอนตอนตีห้า ประหนึ่งคนบ้าเร่หาความรัก สายออกเรียกหาทุกคนที่เคยคบหา เสียงเงียบตัดสายเสียงกร่นด่าเป็นทางยาว ข้าพเจ้าฝันเพ้อไป ลืมตาตื่นอยู่ที่เดิมห้องข้าพ ปลอดภัยจากสิ่งเร้นลับ ไม่มีใครตามหา ไม่มีสายออกครบสายดังที่คิด รู้สึกอุ่นใจ ตัดใจที่จะเดินตามทางของใครกลับมาเดินตามสายตัวเอง อยากไปไหนก็ไปปล่อยไปตามใจ คนอายุเยอะแล้ว เพื่อนดื่มเพื่อนเที่ยวเพื่อนแท้เพื่อนตายมีแล้วทั้งนั้น นั่งมึนหน้าจอกระจกยี่สิบนิ้ว เห็นเงาร่างกายโทรม บอกกับเจ้าของเงาดูแลตัวเองซ่ะบ้าง กูรักมึง!
* บันทึกหลังการฝื่นตัวจากอาการเมาที่ข้าวสารคืนวันเสาร์ที่ 24 มค. 2552
goat bless
¶ – - – - – - – - – -
Original post at Hi5


