Into Creative Art (บันทึกการสัมภาษณ์ทาง Email)
Updated: Tuesday, June 15, 2010 (16:22)
เมื่อช่วงปลายปี 2009 ได้มีกิจกรรมของนักออกแบบกราฟิกในไทยชื่อว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย” หรือ “I am a Thai Graphic Designer” กิจกรรมครั้งนั้นส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในวงการนักออกแบบกราฟิกเป็นอย่างมาก จัดว่าเป็น Talk of the Town
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผมได้รับข่าวสารจากการติดตาม facebook และ twitter ของนักออกแบบที่ผมชื่นชม เห็นว่ามีการถูกติดต่อขอสัมภาษณ์จากนักศึกษาภาควิชาออกแบบจากสถาบันแห่งหนึ่ง ก็ชวนให้คิดไปว่าน้องๆ ที่สถาบันที่ผมร่ำเรียนมาน่าจะมีกิจกรรมอย่างนี้ให้ได้ทำกันบ้าง
สัปดาห์ต่อมา ได้มี Email ไม่ทราบสังกัด ติดต่อมาสัมภาษณ์ผมด้วย (ไม่น่าเชื่อ…) ก็เลยได้มี blog นี้ ที่ชื่อว่า “Into Creative Art (บันทึกการสัมภาษณ์ทาง Email)”
¶ – - – - – - – - – -
Updated: Sunday, February 07, 2010 (07:12)
บันทึกการสัมภาษณ์ทาง Email
โดยนิสิตชั้นปีที่ 1 ภาควิชานฤมิตศิลป์คณะศิลปกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
| From: xxx_xxxx@hotmail.com Subject: ขอสัมภาษณ์ถึงงานกราฟฟิคของพี่ด้วยค่ะ Date: November 24, 2009 9:12:36 PM GMT+07:00 To: xxx.xxxxx@gmail.com สวัสดีค่ะ คุณ Anone Saetaeo ขอขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างยิ่งค่ะ นิสิตชั้นปีที่1 ภาควิชานฤมิตศิลป์ |
| From: xxx.xxxxx@gmail.com Subject: Re: ขอสัมภาษณ์ถึงงานกราฟฟิคของพี่ด้วยค่ะ Date: November 25, 2009 12:18:07 PM GMT+07:00 To: xxx_xxxx@hotmail.com สวัสดีครับคุณนิสิตชั้นปีที่ 1 ไม่ทราบว่าไปเจอผลงานของผมจากที่ไหน ถ้าอยากสัมภาษณ์แบบจริงใจ ก็ติดต่อมาอีกทีละกันนะ 089 456 555 2 หรือจะส่งคำถามมาทาง E-mail ก็ได้นะครับ * ขอให้เป็นการสัมภาษณ์อย่างละเลียดนะครับ ^ ^ |
| From: xxx_xxxx@hotmail.com Subject: สวัสดีอีกครั้งค่ะ^^ Date: November 25, 2009 5:48:46 PM GMT+07:00 To: xxx.xxxxx@gmail.com ไปเจองานของพี่ใน blog ค่ะ แล้วก็ตามไปที่ http://anone.studiogbkk.com/ ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ในวิชาเรียน Into Creative Art ของภาคน่ะค่ะ เรียนเกี่ยวกับ Graphic Design อาจารย์ให้หาผลงานของนักออกแบบที่เราชอบ แล้วให้สัมภาษณ์ถึงการทำงาน และความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกของไทยค่ะ พอดีว่าเห็นงานของพี่เกี่ยวกับไทโป โลโก้ ที่พี่ออกแบบมีความน่าสนใจ พวกเราจึงอยากขอสัมภาษณ์พี่ค่ะ ——–interview——— *นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอขอบคุณพี่มากๆค่ะ ^^ |
| From: xxx.xxxxx@gmail.com Subject: Re: สวัสดีอีกครั้งค่ะ^^ Date: November 26, 2009 5:54:54 PM GMT+07:00 To: xxx_xxxx@hotmail.com สวัสดีคุณนิสิตชั้นปีที่ 1 ปล. ขออนุญาตนำบทสัมภาษณ์นี้ไปโพสที่ blog ของผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ——–interview——— อายุ 29 ขวบ สถาบันที่จบการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา บริษัท Studio G Bangkok (สตูดิโอส่วนตัว) 1. Graphic Design คืออะไร ในความคิดของคุณ 2. คุณทำงานอะไรอยู่ (งานประจำ/งานอิสระ) มีประสบการณ์อะไรบ้างของคุณ 3. ทำไมถึงเลือกงานด้านกราฟิก 4. Graphic Designer ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร 5. ได้แรงบันดาลใจจากอะไรในการออกแบบงานแต่ละครั้ง 6. สไตล์งาน Graphic Design ของคุณเป็นอย่างไร 7. มีปัญหาในการทำงานออกแบบบ้างไหม ถ้ามีแล้วแก้ไขอย่างไร 8. ทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 9. คิดอย่างไรกับวงการกราฟิกของไทย 10. มีโอกาสไหม ที่จะทำให้งานกราฟิกของคนไทย เป็นที่รู้จักทั่วโลก |
| From: xxx_xxxx@hotmail.com Subject: *ขอบคุณมากๆค่ะ ^^ Date: November 26, 2009 6:11:01 PM GMT+07:00 To: xxx.xxxxx@gmail.com ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ให้การสนใจในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ขอให้ประสบความสำเร็จในการทำงาน(ที่พี่รัก)ค่ะ ^^ |
Going to new world
POOR SOOR DOOR
จริงๆ ก็อกหักรักคุดตุ๊ดเมินเดินนำหน้าผู้ใหญ่หมาไม่กัด มาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่หายประสาทแดกสักที ยังคิดถึงเธอคนนั้นอยู่เรื่อยไป…
จะว่าไปแล้วเวลาที่คนเราหมกหมุ่นกับการคิดเรื่องเดิมๆ โดยที่ไม่สามารถหยุดคิดหรือโดดไปคิดเรื่องอื่นแทนได้ มันก็ทำให้คนๆ นั้นประสาทแดกได้เหมือนกัน ยิ่งช่วงนี้ ที่เศรษฐกิจไม่ค่อยมีการแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกันเท่าไรนัก การเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย มันก็ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้องได้เลย งานขั้นเวลาที่ทำเพื่อให้จิตวิญญาณไม่หลงทางก็ช่วยได้แค่ลืมความหิวไปได้ช่วงนึงเท่านั้นเอง
คุณลูกค้าคร้าบบบ Designer Hungry คร้าบบบ โปรดช่วยกันตรวจทานงานให้ไวอย่างที่โทรตามจิกงานออกแบบจากผมด้วยเถิดคร้าบบบ Designer ขอร้องงงง…
–
สมัยมัธยม มีอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนึงเคยบอกกับผมว่า ลักษณะอย่างนายอนันต์เนี้ยะ ถ้าไม่ดังก็บ้า พอมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยก็มีอาจารย์ที่สอนศิลปะในคณะท่านนึงวิจารย์ผมแทนที่จะวิจารย์งานที่ผมส่งว่า คนลักษณะแบบเธอเนี๊ยะ ถ้าไม่ดังก็ติดคุก – -”
ส่วนผม ณ ปัจจุบันขณะ คิดว่าถ้าขืนประสาทแดกอย่างนี้ต่อไป ถ้าไม่บ้าก็อดตายละครับ
ก่อนจะ 29 ปี
ก่อนจะ 29 ปี
ถ้าความฝันและจินตนาการถูกแปลงเป็นพลังงาน ทดแทนได้ ผมจะขอเอาไปแลกกับที่พักให้พ่อและแม่ของผมนอนหลับฝันดี เอาไปแลกกับอาหาร เพื่อเป็นพลังงานร่างกายที่ทำให้ชีวิตครอบครัวผมมีเรี่ยวแรงไว้ใช้ในวันต่อ ไป เอาไปแลกกับความอุ่นใจจากความปลอดภัยจากโรคและภัยสังคม และเอาไปแลกกับเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะกับวัฒนธรรมและฤดูกาล
ในความเป็นจริงเท่าที่ผมทราบจากข่าวสาร ยังไม่มีเทคโนโลยีหรือการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแปลงพลังงานจากสมองของ มนุษย์ ผมจึงยังไม่สามารถเอาพลังงานดังกล่าวของผมไปแลกกับสิ่งเล็กน้อยที่หาได้ยาก ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ดังที่กล่าวไว้บรรทัดก่อนหน้านี้ได้
ตอนที่ยังเป็นเด็กชาย ผมใช้เวลาล้างถ้วยจานชามช่วยแม่ในวันหยุดประมาณ 3 ชม. ต่อครั้ง สาเหตุเพราะเหม่อลอย จนพ่อแม่เป็นกังวลเรื่องพัฒนาการทางปัญญาของผม (เด็กขนาดนั้นยังไม่มีปัญญาหรอกครับ พ่อแม่ครับ) เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุดของวัยประถม ถูกใช้ไปกับการปั้นดินน้ำมันเล่น วาดรูป (ซึ่งไม่ได้เรื่องจนทุกวันนี้) ดูการ์ตูน ลุยสวนผลไม้ ปาลูกข่าง เตะหมา และถูกหมากัด
เรื่องตลกตอนเด็กชายที่ไม่เคยบอกใครคือ ผมหมกหมุ่นอยู่กับการอยากมีเมียเยอะๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เป็นอย่างไร หาได้ที่ไหน ดูแลยังไง เป็นความคิดฟุ้งซ่านแก่แดดที่อยู่ๆ ก็หายไปเองตอนขึ้นเรียนมัธยม
มัธยมต้น ผมได้เพื่อนใหม่เยอะ หลายคนที่ผมอยากคบ และอีกหลายคนที่ผมไม่อยากคบ (เพราะมันรังแกผมอะ) ผมถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กประเภทเอ๋อผสมกับเกเร เนื่องจากผมมีเพื่อนอยู่สองประเภทที่ไปด้วยกันได้ กลุ่มเอ๋อชอบวาดรูปเล่นตอนเรียน อ่านการ์ตูนตอนพัก คุยกันเรื่องการ์ตูนวันหยุด กลุ่มเกเรชอบคุยเรื่องไร้สาระตอนเรียน แกล้งเพื่อนตอนพัก นัดกันเที่ยวตอนวันหยุด
สนุกดีครับชีวิตเยาวชนภูธรช่วงนั้น (พระประแดง อ่ะ… ภูธรไหม)
มัธยมปลาย กับโรงเรียนเดิม การใช้ชีวิตยังคล้ายเดิม แต่ว่ากล้ามากขึ้น และเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีเพื่อนกลุ่มใหญ่มากขึ้น เรื่องไม่น่าเชื่อช่วงมัธยมปลายของผมคือ ผมกับเพื่อนสนิทเป็น Cheer Leader ชายแท้ 2 คนที่เพิ่งโผล่มาในโรงเรียนแห่งนั้น เหตุเพราะเจ้าเพื่อนอีกคนมันอยากร่วมกิจกรรมอะไรก็ได้ที่มีสาวๆ กรี๊ดเยอะๆ ในช่วงวันกีฬาสีของโรงเรียน (อยากดัง) เราค่อยๆ วิเคราะห์จากการเป็นนักกีฬาประเภทต่างๆ การได้ใช้เวลาในการอยู่ในสนาม การได้ปรากฏตัวอย่างต่อเนื่อง ผลที่สรุปออกมาคือเป็น Cheer Leader อยู่ในสนามตลอด คนมองเห็นได้รอบ… – -”
3 ปีกับการที่ถูกเข้าใจว่าเป็นตุ๊ด มันก็สนุกไปอีกแบบ… ช่วงที่เป็น Cheer Leader นอกจากสนุกมากๆ แล้ว ความต้องการของเพื่อนผมก็เป็นจริง มีสาวๆ กรี๊ด ได้ของขัวญในวันที่เค้าอยากให้ต่างๆ ถือว่าใช้ได้ละ…
(ตัดจบแล้วนะ เหนื่อย…) – วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 นี้ ร่างกายผมมีอายุการใช้งาน 29 ปีแล้ว…
พรุ่งนี้ผมต้องเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกแล้ว… รออยู่ที่ห้องนะความเป็นเด็ก ว่างเมื่อไหรจะกลับมาเล่นด้วยทันที…
¶ – - – - – - – - – -
Original post at http://anone.wordpress.com
Dream Boy lyrics
Dream Boy lyrics
* Where is my sun
Where is my dream
Where is my ice cream
Where is the rainbow
(Instrument…)
** This is my sun
I have a dream
I lick my ice cream
And walk on the rainbow
(*,*)
*** I need my sun
I need my dream
I need my ice cream
I need the rainbow
(*)
**** Who kill a dream boy
Who kill a dream boy
Who kill a dream boy
Who kill a dream boy
(**)
¶ – - – - – - – - – -
* ผมมักจะคิดไปเองว่าผมสามารถเขียนเนื้อเพลงได้ แล้วผมก็เขียนมันออกมา ซึ่งมันยังไม่เคยเป็นเพลง ทุกครั้งที่คิดว่าเขียนได้มักจะเกิดในช่วงเวลาที่ผมกำลังเดินทาง ไม่ว่าจะนั่งรถมอเตอร์ไซด์หรือรถโดยสารประจำทาง… พอลงจากรถหรือสะดวกที่พอจะเขียนได้ ผมจะจดลงสมุดบันทึกที่ผมจะมีพกติดตัวอยู่เสมอ… แล้ววันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมคิดว่าผมสามารถทำมันได้อีกครั้ง ก่อนออกจากห้องมาทำงานผมเปิดเพลงของวง Texture ฟังระหว่างอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของ วงดนตรีวงนี้เล่นแนว Math Core (Math = คณิตศาสตร์ (คำเรียกย่อของวิชาคณิตศาสตร์) มันคงมีบางทำนองติดอยู่ในสมองของผม ระหว่างที่เดินทางเลยฮัมทำนองไว้ในใจแล้วก็ผุดคำออกมาเอง ดังที่ได้ผ่านตาไปแล้วด้านบน
** แล้วใครกันที่เป็นตัวทำลายความฝัน?
goat bless
¶ – - – - – - – - – -
Original post at http://anone.wordpress.com

